[Fic][Star War] Some things never change

posted on 15 Feb 2012 20:35 by blackwave in Fanfiction directory Fiction

[Fic]  Some things never change

[Fandom]  Star War (TPM)

[Rate]  PG-13

[Pairing]  Q/O ; Qui-gon Jinn x Obi-wan Kenobi

[Note]  - แฟนฟิกชั่นนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติจากจินตนาการของผู้แต่ง 

            - เนื้อหาในแฟนฟิกชั่นนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาโอย หรือชายรักชาย ผู้ใดไม่ได้มีรสนิยมชมชอบในการเสพเนื้อหาแนวนี้ เทิร์นอะราวด์ แอนด์ โคลส ดิส วินโดว์ พลีส

            - เราจะไม่โทษอื่นใดนอกจากความกากส์ส์ส์ของเราเอง ช่วงนี้รู้สึกสำนวนตกและฝีมือง่อยลงมากมาก oTL เพราะงั้น อยากติอะไร จัดมาได้เต็มที่เลย

           - คำว่าจิตสัมพันธ์ เราเจอจากกระทู้นี้ ขออนุญาตมุบมิบยืมมาใช้นะคะ //กราบ

            - (ตามธรรมเนียม) แนะนำเพลงนี้ ค่ะ 

 

 

 

==============================================

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

'ข้า.. รักเจ้า'

นั่นคือถ้อยคำสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนสายใยจิตสัมพันธ์ของศิษย์และอาจารย์จะสะบั้นลง















 

 

 

 

 

 

โอบีวันเดินช้าช้าในห้องส่วนตัว--ที่เคยเป็น--ของอาจารย์ ปลายมือลากไล้ไปตามผนังและเครื่องเรือนราวกับต้องการค้นหารอยสัมผัสอันมองไม่เห็นที่ไควกอนจินน์ได้ฝากทิ้งไว้ กลิ่นอายของผู้จากไปโอบกอด ปลอบประโลมเขา เช่นเดียวกับที่ประทับจุมพิตอันแสบไหม้และโหยหาไว้บนหัวใจที่เป็นแผล

ไออุ่นของแสงดาวฤกษ์ตอนกลางวันยังคงติดปลายนิ้วยามสัมผัสกระจกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามเย็นของคอรัสซังก์ค่อยไล่จากสีม่วงแดงจนกลายเป็นน้ำเงินเข้มไม่ต่างอะไรจากวันสุดท้ายที่แหงนมองก่อนไปนาบู แต่ส่วนลึกในใจกำลังร่ำร้องและบอกให้รู้

 

 

 

 

มันไม่วันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ...








สัมผัสของเปียพาดาวันซึ่งเคยคลอเคลียลำคอและลาดไหล่กำลังหลอกหลอนความรู้สึกของเขาทุกครั้งที่เอื้อมมือไปแตะไล้มันเล่นแล้วพบเพียงอากาศว่างเปล่า เช่นเดียวกับเสียงลมหายใจในความคิด และสำเนียงอันเคยคุ้นยามเอ่ยชื่อเขา หัวใจของโอบีวันเจ็บร้าวทุกครั้งเมื่อเผลอขยับริมฝีปากจะขานรับก่อนนึกได้ว่าสิ่งเหล่านั้นได้จากไปแล้ว หลุมลึกที่เกิดขึ้นกลางอกกำลังกร่อนชีวิตของเขาอย่างช้าช้าและทรมาน
เจไดหนุ่มไม่รู้จะหวาดกลัวสิ่งใดดี ระหว่างการเข้าสู่ด้านมืดเพราะสูญเสียอาจารย์ผู้เป็นที่รัก หรือถูกความโศกเศร้ากัดกินวิญญาณจนหมดสิ้น เหลือเพียงเปลือกกลวงไว้ปฏิบัติหน้าที่ราวกับหุ่นดรอยด์ไร้ความรู้สึก

เพราะคมดาบร้อนของซิธลอร์ดผู้นั้น ไม่เพียงแทงผ่านร่างของไควกอนไปผู้เดียว แต่ยังทะลุและเผาหัวใจของโอบีวันให้มอดไหม้ตามไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้ามไลท์เซเบอร์--ถูกจัดให้--ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เจ้าของห้องเคยวาง ผ้าปูเตียงยับย่นยังมีสัมผัสของผู้เคยนอนติดอยู่ บนปลอกหมอนสะอาดยังหลงเหลือเส้นผมยาวสีเทาสองสามเส้นไว้ให้ดูต่างหน้า

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปกติ ไม่ต่างอะไรจากเมื่อครั้งไควกอนยังมีชีวิต ราวกับเขาออกไปปฏิบัติภารกิจคนเดียวบนดวงดาวอันห่างไกล และโอบีวันเพียงแค่เข้ามาทำความสะอาดให้ ไม่ใช่เป็นเจ้าของห้องเช่นนี้
เขาอยากให้มันดำเนินไปเช่นนั้น ยังคงมีร่องรอยของอาจารย์คงเหลืออยู่ทั้งกายภาพและความคิด แต่เจไดหนุ่มรู้ดี ไม่มีสิ่งใดสามารถคงอยู่ได้จนสิ้นกัลปาวสาร แม้แต่สายน้ำในน้ำตกแห่งนิรันดร์ก็ยังไม่ใช่กระแสเดิมเมื่อเวลาผ่านพ้นไป

และมัน ก็ทำให้เขาเจ็บร้าวเสียเหลือเกิน











แสงของดวงดาวที่ค่อยปรากฏบนผืนฟ้ากระตุ้นความทรงจำเขาให้นึกถึงตำนานปรัมปราต่างต่างซึ่งผู้เคยเป็นอาจารย์เล่า -- หรือหากจะพูดให้ถูกแล้ว มันทำให้เขานึกถึงไควกอนอีกครั้ง และอีกครั้ง




สิบสองปียาวนานแต่แสนสั้น ความทรงจำที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลานั้นช่างมากมาย แต่หัวใจเขาก็ยังโหยหา และต้องการยืดวันคืนที่อยู่ด้วยกันให้มากกว่านั้น
โอบีวันไม่รู้ตัว -- และไม่เคยนึกถาม -- ว่าตนเริ่มรักอาจารย์เมื่อไหร่ รักเพราะอะไร รักที่ตรงไหน


อาจเพียงรอยยิ้มอบอุ่น ความห่วงใย เอาใจใส่ ที่ทำให้ความรู้สึกของหนุ่มน้อยในขณะนั้นได้เต็มตื้นขึ้นมา จนเมื่อพิจารณาหัวใจของตนอีกที เขาก็พบว่ามันถูกเติมเต็มด้วยไควกอนจนหมดแล้ว


เมื่อแรก เขาเคยสงสัยว่านั้นอาจจะเป็นแค่ความหลงใหลของพาดาวันที่เข้าใจผิดจากการชิดใกล้อาจารย์ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็แจ่มชัดขึ้นมา






มันเป็นความรัก



และจะเป็นเช่นนั้น ไปตราบนานเท่านาน
























เสียงกระซิบสุดท้ายในห้วงจิต ยังคงสะท้อนอยู่ในวิญญาณนับตั้งแต่โลกทั้งใบได้หยุดหมุน โอบีวันเฝ้าถามตนเองอยู่หลายครั้ง ว่าเหตุใดจึงไม่รับรู้ถึงความรักของอีกฝ่ายให้เร็วกว่านี้ -- บางที อาจเป็นเพราะความขลาดกลัวของเขาเอง ที่ไม่ต้องการสูญเสียสิ่งที่มีอยู่ไป คอยปิดตาและบังใจตนให้มืดบอด จนไม่อาจจับสังเกตใดใดได้


เมื่ออยู่ลำพัง เจไดหนุ่มเฝ้าภาวนาให้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงภาพฝัน และเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเขาจะยังพบกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของไควกอนที่บอกว่า โตจนป่านนี้แล้วยังนอนร้องไห้เพราะฝันร้ายเหมือนเด็กๆ




เขาหวังเพียงเท่านั้น ปรารถนาเพียงเท่านั้น แค่ได้อยู่ข้างข้าง ได้ใช้ชีวิตร่วมกันไป ได้รัก นั่นก็ทำให้คืนวันสวยงามมากเพียงพอแล้ว และหากเลือกได้ โอบีวันก็ไม่ขอให้ได้ความรักนั้นตอบแทน หากมันต้องจ่ายค่ารับรู้มาด้วยมาด้วยลมหายใจสุดท้ายของผู้เป็นอาจารย์























แต่ถึงกระนั้น คอรัสซังก์ก็ยังคงหมุน เวลายังคงดำเนินต่อไป โอบีวันรู้ว่าต่อให้เจไดหรือซิธที่ทรงพลังที่สุด ก็ไม่อาจหยุดเวลาหรือฟื้นคืนชีพใครได้ ป้ายหน้าห้องพักต่อแต่นี้คงกลายเป็นเคโนบีและสกายวอล์คเกอร์ หาใช่จินน์และเคโนบีอีกต่อไป กลิ่นอายของไควกอนเคยกรุ่นอวลอยู่ ณ ที่แห่งนี้คงจะค่อยค่อยจางหาย เพราะมีผู้อื่นเข้ามาแทน เรื่องราวและตัวตนของมาสเตอร์จินน์ในความทรงจำผู้อื่นก็คงจะค่อยค่อยถูกลบเลือนไป เหลือเพียงโครงคร่าวที่ไร้รายละเอียด มันคือการเปลี่ยนแปลงอย่างสามัญธรรมดาของจักรวาลที่ต้องจำใจยอมรับ




แต่ในโลกของเขา บางสิ่งจะไม่มีวันเปลี่ยน -- เขาไม่มีวันยอมให้มันเปลี่ยน -- นาฬิกาที่คอยขับเคลื่อนทุกอย่าง ณ ที่แห่งนั้นจะไม่มีวันเดินต่อ ไม่ว่ากระแสเวลาภายนอกจะไหลไปในทิศทางไหน







ความรักของเขาจะคงเป็นอยู่เช่นนี้

ไม่มีทางลดน้อย หรือแปรเป็นอื่นใด








หากจะผิดจากเดิมไป ก็เพียงแค่เพิ่มมากขึ้น เท่านั้น

















โอบีวันยิ้ม แม้น้ำตาจะไหล และครั้งนี้ไม่มีมือของใครมาช่วยซับมันอีกแล้ว












ส่วนถ้อยคำสุดท้าย ที่เขาไม่มีโอกาสเอ่ยรับออกไปนั้น ก็จะขอเก็บไว้ ที่ซอกลึกที่สุดของหัวใจ และไม่มีวันมอบมันให้กับใครที่ไหน















จนกว่าวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง ...





 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

==============================================

 [Postscript]

- ไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่า สตาร์วอร์สามดีมันสวดยวดมากอ้ะทุกคน ไปดูนะ ไปดูๆๆๆๆๆๆ พารากอนใช้เอ็มเจ็นลดแล้วเหลือ 150 ล่ะ :3

 

 

 

- เพ้อคู่นี้มาพักใหญ่ๆล่ะ, ความจริงแล้ว //ใครฟอลทวิตข้าพเจ้าก็จะได้เห็นอินี่บ้าขึ้นมาเป็นพักๆ (ฮา)

-แต่ที่พีคหนักเพราะเมื่อวานไปดูแบบสามมิติมานี่และ ฉากซบหน้าผากนี่แบบว่า อาาาาาห์ ;______;

- เพราะฟังเพลง บางสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยน ระหว่างทางกลับบ้าน ก็เลยแบบว่า นะ .... 

 

 

- เซ็ตไทม์ไลน์ช่วงที่โอบีวันกลับมาถึงคอรัสซังต์หลังจากพิธีศพของไควกอนที่นาบูน่ะค่ะ อยากเขียนซีนที่ต้องใช้ชีวิตในสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำของคนที่จากไปดู

- แอบรู้สึกว่าโอบีวันเป็นตัวละครที่เขียนยากมาก โดยเฉพาะการเล่าผ่าน POV ของเขานี่แบบว่า อื้อหือ /ลงไปกราบพี่ยวนรัวๆ ///ถ้าเกิดทำคาแรกเตอร์หลุดไปขออภัยเป็นอย่างยิ่งนะคะ ;__;

 

 

- ล... แล้วก็ ถ้าหากว่าตรงไหนรู้สึกว่าอ่านแล้วขัดๆ สำนวนแปลกๆ สะดุดๆ บอกได้เลยนะคะ ยินดีรับข้อติเป็นอย่างยิ่ง จะได้เอาไปพัฒนางานเรื่อยๆค่ะ

- แต่ช่วงนี้ไม่ได้เขียนฟิคมานาน เล่นแต่เรื่องสั้นออริ พอมาจับเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าเหนื่อยจริม oTL

 

 

 

- นึกเรื่องอยากจะพูดไม่ค่อยออกละ เมื่อวานลงทวิตไปเยอะ (ฮา) เอาเป็นว่า ก็จบที่ตรงนี้ละกันค่ะ

 

 

 

 

 

- ความรักและสายสัมพันธ์หนึ่งได้ก่อร่างขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ในขณะที่อีกหนึ่งได้ดับสูญลง -- ดาวนาบู #สิ่งที่คิดได้หลังดูสตาร์วอร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ป.ล. มุมนี้โฆษณาซึ่งหน้า :: ต้องการอ่านฟิคเรื่องอื่นเพิ่มเติม จิ้มได้ที่เพจ Writing แจร้ :3 #จะมีใครอยากอ่านเรอะ

ป.ล.2 มะรืนผลสอบออกแบ้ววววว /เครียด

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ยังไม่ได้ดูแบบ3D แต่กร๊าวมันตั้งแต่ที่เขาสร้างไตรภาคใหม่มาแล้วอะครับ
ไม่ไหวละ ชอบอะ โฮวว์ๆๆๆๆ
นึกถึงตอนที่โอบีวันต้องอยู่หลังม่านเลเซอร์ ฉากหน้าผากซบกันนี่ก็สุดยอด
ไม่ไหวล้าวววววววววววววววววววววววว
//เหวงแล้วจากไป

#2 By ลมคราม on 2012-03-19 21:11

โฮววว พึ่งเคยเห็นฟิคคู่นี้แบบภาษาไทยฮะ ;v; //ปลื้ม //กราบไรท์เตอร์

แบบว่า ดูสตาร์วอร์เอพแรกทีไร เป็นต้องอึดอัดกับฉากบอกลาของอาจารย์กับศิษย์คู่นี้ทุกที T T
โมเมนต์ที่อาจารย์ยกมือขึ้นแตะหน้าโอบีวัน โมเมนต์ซบหน้าผาก T T /พราก
ยิ่งอ่านฟิคนี้ ยิ่งสงสารโอบีวัน ฮืออ ตอนอยู่หลังม่านเลเซอร์นั่นจะเจ็บปวดขนาดไหนนะ?

ฟิคดีมากเลยฮะ สำนวนอ่านแล้วลื่นไหล แถมมีประโยคจี๊ดๆซะเยอะ
(คนอ่านอ่านแล้วปวดใจฮะ 555)

ป.ล.เอาใจช่วยลุ้นผลสอบเน่อ ขอให้เป็นดังที่ต้องการจ่ะ :)


#1 By Zein on 2012-02-17 12:45