ถ้าหากถึงวันที่ฉันตาย

posted on 06 May 2012 23:52 by blackwave directory Diary, Idea

(โนดราม่า โนซีเรียส แต่สิ่งที่เราพูด เราคิด เราคิดแบบจริงจังนะ :] )

 

 

 

ใครที่ฟอลทวิตก็คงได้รู้เรื่องแล้วล่ะ โอเค เราไม่เกริ่นอะไรมากก็แล้วกันเนอะ /โดนชก

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ญาติผู้ใหญ่ของเราเพิ่งเสียค่ะ ไปแบบปุบปับมาก เราเองก็ใจหายมาก แต่พอไปงานศพสี่คืนเข้า เราเห็นอะไรหลายๆอย่าง มันทำให้คิดถึงหลายเรื่องนะ แต่เรื่องนึงที่ติดอยู่ในหัวเราตลอด คือเรื่องงานศพของตัวเอง

 

คนอื่นคงอยากด่า เรียกร้องความสนใจหรือเปล่าวะ แช่งตัวเองหรือเปล่า มาพูดเรื่องการตายเนี่ย เราก็บอกกันตรงๆนะว่าเปล่าเลย แต่เรารู้สึกว่าความตายมันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ชนิดว่าวันนึงเราจะปุบปับตกบันไดคอหักตาย โดนรถชนตาย หรืออะไรแบบนั้นหรือเปล่า

ความตายมันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ใครก็ตายได้ มันไม่มีสิทธิ์จะมาบอก อายุยังน้อย ไม่น่าตายเลย อืม... คำว่าอายุยังน้อยหรือใครควรตายไม่ควรตายนี่เขาใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินกันนะ 


เอ่อ ออกนอกประเด็นละ มาพูดถึงเรื่องงานศพตัวเองต่อละกัน

 

 

 

เรื่องที่คิดทั้งหมดนี้ไม่ได้พิมพ์เล่นนะ บางเรื่องเป็นเรื่องที่มีคนรณรงค์แล้ว(อย่างหรีด) แต่ก็ไม่ค่อยใส่ใจทำกันจริง เราก็เลยว่า เออ เนี่ย ถ้าเราตาย มีงานศพเรา เรื่องพวกนี้ถือว่าเราขอไว้ละกันนะ :) คำสั่งเสียออนไลน์ (ฮา) หวังว่าบล็อกกับเอนทรี่มันจะอยู่ได้ถึงวันนั้นก็พอ (ถ้าเลือกได้ก็อยากตายหลังทำสิ่งที่อยากทำเสร็จหมดแล้ว หมดห่วงแล้วน่ะนะ =v= )

 

 

1. อยากให้งานศพไม่มีบรรยากาศงานศพ

- เอ๊ะ ยังไง

- อยากให้งานมันดูเหมือนงานรวมญาติ งานรวมรุ่น หรืออะไรแบบนั้นมากกว่า เราไม่ชอบความรู้สึกของงานศพอ้ะ บอกไม่ถูก มันหดหู่

- มาเผา มาแฉเรื่องบ้าๆที่เราเคยทำตอนมีชีวิตก็ได้ เราว่าถ้าตอนนั้นเรามีหลานแล้ว หลานก็คงอยากรู้ล่ะ ว่าอา ว่าป้า ว่าน้าของมันเคยทำอะไรไว้

- ถ้าเราตายหลังได้ทำหนังและฉายแล้ว (ต้องเป็นแบบนั้นสิ ไม่เป็นอาจตายตายไม่หลับได้) อยากให้เอาโปสเตอร์หนังทุกเรื่องที่เรามีส่วนร่วมทำมาใส่กรอบหรือไม่ก็ประดับในงาน อืม ความสุขเล็กๆนะแบบนั้น

- ถ้าไม่โดนหาว่าบ้า จะขอให้ใครสักคนวาดรูปพวกตัวละครในนิยายที่เราเขียนทำเป็นแสตนด์มายืนในงานด้วย (ฮา) อยากได้แบบนั้นมากๆอ้ะ เพราะเขาเองก็จะไม่อยู่แล้วไง เพราะเราไม่อยู่เขียนเขาแล้ว

 

2. ไม่อยากให้ใส่ชุดขาว-ดำ มางานศพ

- เกี่ยวโยงกับข้อหนึ่ง 

- เราว่างานศพมันหดหู่เพราะสองสีนี้ โอเค เข้าใจว่าเป็นมารยาทและธรรมเนียม แต่ถ้าเป็นงานตัวเอง เราขอไว้ได้หรือเปล่านะ

- อยากให้ใส่เสื้อสีๆมางานนะ ใครบ้าพอแต่งคอสมาเลย /โดนชก หรือใครไม่สะดวกใจ อนุโลมสีสุภาพ สีครีม สีเทา สีน้ำเงินเข้ม อะไรแบบนั้น ไม่เอาขาวกับดำก็พอ

- จริงๆเพราะไม่อยากให้ลำบากกันด้วยแหละ เห็นหลายคนแล้วที่ต้องเอาชุดไปเปลี่ยนที่ทำงานเพราะจะไปงานศพตอนเย็น เราตายแล้วลำบากคนอื่นอีก มันไม่ใช่เรื่องเลย

- แต่ถ้าอยากแต่งดำตามประเพณีจริงๆ วันเผาก็พอนะ

 

3. เราไม่รับหรีดดอกไม้

- เราเข้าใจว่าการส่งหรีดเป็นมารยาทนะ เพื่อบอกว่าตัวเองหรือองค์กรเสียใจด้วย 

- แต่ส่งแบบเป็นมารยาทมันเปลืองเงิน เปลืองดอกไม้ เปลืองทรัพยากรนะคะ ....

- อยากวางหรีด ส่งเป็นหรีดผ้าหรือหรีดหนังสือ หรีดของใช้-เครื่องเขียน ดีกว่า คนจัดงานจะได้เอาไปบริจาคต่อได้ ไม่ต้องโกยทิ้งตอนเสร็จงานแล้ว อีกอย่าง หรีดดอกไม้เวลาอยู่ไปสักสี่ห้าวันจะเริ่มส่งกลิ่น ยิ่งงานจัดในห้องแอร์นี่จะเอียนมาก 

- แต่อยากวางดอกไม้จริงๆ มาหน้างานละกัน จะบอกหลาน(?) เอาไว้ว่าให้เตรียมกระดาษแผ่นใหญ่ๆให้เขียนชื่อ กับดอกไม้หนึ่งดอก แล้วเอาเงินค่าที่จะสั่งหรีดใส่ซอง พอจบงานจะได้เอาไปซื้อของบริจาค จะได้ทำบุญกันไงล่ะ

 

4. อยากให้หลังสวดอภิธรรมแล้วมีฉายหนังต่อ

- อันนี้คิดไว้นะ เกี่ยวโยงกับข้อหนึ่งด้วย

- ถ้าเราตายหลังทำหนังแล้ว อยากให้เอาหนังเรื่องที่เราทำมาขึ้นโปรเจ็คเตอร์ฉาย เผื่อแขกอยากอยู่ อยากนั่งคุยกันก่อนกลับ (ก็งานมันเป็นงานรวมญาติรวมรุ่นนี่เนอะ :] )

- เราก็แค่อยากให้ได้ดู ได้เห็นในสิ่งที่เรารักอีกสักครั้ง

 

5. ของที่ระลึกวันเผาศพขอเป็นหนังสือร่วมเรื่องสั้นที่เราเขียนไว้

- เราเขียนเรื่องสั้นเก็บไว้เยอะเหมือนกัน ไม่ค่อยเอาลงเน็ตหรอก บางทีมาเป็นกระดาษด้วยซ้ำ

- ก็อยากให้ได้อ่าน (แบบยัดเยียด) (ฮา)

- จะได้คิดถึงกันนานๆ นะ :)

- เพราะบางเรื่องก็กะว่าเขียนเก็บไว้อ่านเองตอนเป็นๆ แต่ตอนตายแล้วมันคงตายไปกับเราด้วยน่ะสิ ไม่เอาอ้ะ ถ้าตายแล้วก็อยากให้ได้อ่านกันนะ

 

6. ไม่อยากให้มีการบิวท์หรือพูดให้งานมันเศร้า

- ใครร้องไห้แม่จะไปเซย์ไฮถึงบ้าน //ไม่ใช่

- เรื่องนึงที่เราเกลียดในงานศพ คือพวกชอบพูดบิวท์ให้งานเศร้าบางทีญาติทำใจได้ นิ่ง สงบ ทุกอย่างโอเคแล้ว ก็มาพูดบิวท์ให้เศร้าจนน้ำตาตก 

- คนจากทางวัดนี่ตัวดีเลย ไม่ได้รู้เรื่องคนตายดีหรอก พูดบิวท์มั่วซั่วไปแล้วล่ะ เรารู้สึกว่าแบบนั้นแม่งเฟคว่ะ ถ้าเราตายอย่าให้มีนะ พวกพูดอวยก็ด้วย บางทีอวยจนเหวง ไม่ใช่ว่าคนที่เสียเป็นคนไม่ดี แต่บางทีพูดเวอร์ไปคนฟังจะคิดลบลงไปกว่าที่เขาเป็นแทน oTL

- เราเองไม่ใช่คนดีมากขนาดนั้น ถ้าเกิดในงานพูดอวยออกไมค์ เราจะไปยืนข้างๆ แล้วพูดคำว่ามุสา มุสา มุสา จนกว่าเสียงจะเข้าไปในไมค์เลย /ซีเรียสลี่

 

7. ระหว่างสวดพระอภิธรรมอยากให้มีเทศน์

- แบบว่าสวดสามบทแล้วเทศน์เสียหน่อยแล้วค่อยสวดบทที่สี่ต่อ คั่นเวลา จะได้ไม่หลับกัน

- ไม่อยากนั้นก็เหมือนมาเดี่ยวไมค์ให้ความรู้ เล่าเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เป็นความรู้เป็นประโยชน์กับคนฟัง

- เราไม่อยากให้คนมาเสียเวลาฟรีๆที่วัดสองสามชั่วโมงโดยไม่ได้อะไรกลับไปนะ บางคนมาตามมารยาท เขาไม่ได้รู้สึกอะไร ก็คงเซ็งบ้างอะไรบ้างแหละ

 

8. ไม่อยากให้ใครเศร้า

- เราไม่ชอบให้ใครเสียใจเพราะเรื่องของเรา แต่เรื่องแบบนี้อาจจะห้ามกันไม่ได้ มั้ง (ฮา)

- เราอยากได้ความคิดถึงมากกว่าความเสียใจนะ เพราะเสียใจมันแป๊บเดียวก็โดนลืมได้ คิดถึงเราละกัน

- ไม่ต้องมาก ไม่ต้องบ่อย ขอน้อยๆ แต่จำเราได้นานๆ :) /อย่างกับเพลง (ฮา)

 

 

 

 

 

 

ก็เป็นเรื่องที่คิดไว้น่ะนะ อนาคตคิดอะไรได้อาจจะมาเพิ่มอีก (ฮา)

 

 

หลายอย่างดูเราพูดเล่น แต่เราบอกแล้วว่าเราคิดก่อนพูดนะคะ :) ต้องการแบบนั้นจริงๆ เพราะเราไม่ชอบบรรยากาศงานศพ และเชื่อว่าหลายคนคงไม่ชอบ เพราะงั้นเลยไม่อยากได้อะไรแบบนั้น : )

 

 

 

สนุกกับชีวิตกันไว้นะคะ

 

 

 

 

 

 

และสุดท้าย ก่อนจบเอนทรี่

 

 

Rest In Peace นะคะคุณย่า

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

พี่ก็อยากได้แบบข้อสองมาตลอดเหมือนกัน /ใครแต่งดำขอเป็นชุดนักบวชหล่อๆ /โดนตบดับดิ้น


รักน้องนะจ๊ะ

#3 By Early Morn on 2012-05-07 13:19

เราก็เคยคิดแบบนี้ บางข้อ cry

#2 By ktp:// on 2012-05-07 03:34

การตาย
งานศพ
สิ่งที่คิดไว้

คนคิดแบบนี้ก็มี..
O.O

#1 By GotACurvedSword on 2012-05-07 01:57