เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 
ลงลูกสาวคนใหม่ล่า ลัดคิวมาก่อนเลย /โดนลูกชายชก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

รุธิรา (Ruthira) – สีแดง, ดาวอังคาร

ปกติเรียก(เอง)สั้นๆว่า แม่อังศุมาลิน แม่รุธ

 

 

 

 

 

อายุตอนตาย : ๑๘ ปี (ตายมาแล้ว ๒๗ ปี อายุงานในยมโลก ๖ ปี)

 

วันเกิด : ๒๓ มิถุนายน

 

เพศ : หญิง

 

ส่วนสูง / น้ำหนัก : ๑๖๗ ซ.ม. / ๕๓ ก.ก.

 

 

รูปพรรณสัณฐานโดยรวม 

- ให้ความรู้สึกว่าเป็นสาวน้อยตัวเล็ก บอบบาง (ทั้งที่ก็ไม่ได้เตี้ยอะไร ... )

- สูงพอประมาณ ค่อนข้างผอม ผิวขาว

- ตากลมโต สีม่วงคราม สวมแว่นกรอบสีดำ ใหญ่ๆ แบบแว่นรุ่นพ่อ ไม่ใช่แว่นสายตา

- ปลายผมสีฟ้าเข้ม แล้วค่อยๆไล่จนกลายเป็นสีเงินที่โคน (ประมาณคนผมสีเงินแล้วย้อมเป็นฟ้า พอผมยาวมากๆเข้า มันเลยกลายเป็นสองสี นั่นแหละครับ แต่นี่เป็นสีแท้เลย) ปกติจะมัดรวบเป็นหางม้าไว้ พอไม่ได้ทำงานก็อาจจะรวบต่ำ หรือทวินเทลต่ำ

- เขาสีขาวนวล บิดโค้งเป็นตัวเอส งอกจากขมับลู่ไปตามแนวกระโหลก

 

 

 

(แสกนแล้วสีเพี้ยนแท้ orz) 

 

 

 

 

 

 

อุปนิสัยและพฤติกรรม 

-          พูดน้อย 

            เป็นคนพูดน้อย ไม่พูดอะไรเกินความจำเป็น ถามอะไรก็ตอบแค่นั้น ไม่มีการขยายความให้เมื่อยปาก (แถมบางทีจะเจอแค่พยักหน้า ส่ายหน้า หรือชูนิ้วตอบเป็นเลขด้วยซ้ำ...) อยากรู้อะไรก็ถามเพิ่มเอา

            หายากที่จะเริ่มบทสนธนาก่อน อาจเพราะอยู่แต่กับป่ากับสัตว์ เพื่อนร่วมงานคนนึงก็ไม่พูด แม่อังก็เลยพาลไม่พูดตามไปด้วย ... ก็ไม่รู้จะคุยกับใครนี่นา

            ปกติถ้าไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองสนใจหรือเรื่องที่อยากรู้ เอ่ยทักทาย ถามสารทุกข์สุกดิบสั้นๆ เธอก็จะจากไปแล้วล่ะ – ถ้าสนิทกันก็อาจจะพูดเยอะหน่อยนะ

 

สุภาพ 

          สุภาพเสมอต้นเสมอปลายไม่ว่ากับใครที่ไหน แม่อังก็จะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆอย่างนุ่มนวลเสมอ ต่อให้เป็นวิญญาณบาปที่กะจะผ่านป่าหนีโทษไปสวรรค์ก็เถอะนะ ...

            “กลับไปใช้กรรมเสียเถิด อย่าให้เราต้องใช้กำลังกับท่านเลย” – พูดอะไรประมาณนี้

            นอกจากเรื่องความนุ่มนวลแล้ว แม่อังให้เกียรติคู่สนทนาค่อนข้างมาก ยิ่งถ้าพูดกับผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่าจะยิ่งเรียบร้อย มือประสานกันข้างหน้า เป๊ะ  

 

ใจเย็น  

          ใจเย็นเป็นน้ำผิดกับชื่อตัวที่แปลว่าดาวอังคาร ใครจะว่าอะไรก็ไม่โกรธเท่าไหร่หรอก รำคาญนักก็เดินหนีมันเสียเลย ไม่ชอบต่อปากต่อคำกับใคร ความอดทนสูง ชอบการประณีประนอมมากกว่าการโต้เถียงให้แพ้ไปข้างหนึ่ง ยกเว้นแต่เรื่องคอขาดบาดตายที่จะต้องเลือกข้าง ก็เลือกแบบเด็ดขาดเหมือนกันนะ

            อนึ่ง ความใจเย็นก็ยังมีลิมิต ถ้าแม่อังมีเรื่องที่คิดอยู่ในหัว หรือจดจ่อกับเรื่องอื่นใดๆอยู่ – โดยเฉพาะเรื่องวาดรูป – แล้วมีคนมาก่อกวนหรือกวนใจ แม่อังอาจจะบึ้มใส่ด้วยการรัวคำพูดแบบนอนสต็อปใส่ อัตราการรัว ๔.๒ คำ/วิ (ห๊ะ ไม่ใช่อายชีลล์นะเฮ้ย) แร็พกันจนคนมากวนมึน แล้วแม่อังก็จะเก็บของหนีไปตามระเบียบ (ฮา)

 

-  เฉื่อยชา 

            ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเร่งด่วนหรือมีอะไรน่าสนใจอยู่ตรงหน้าก็จะเฉื่อยชา เดินตรวจป่าก็จะเดินเอื่อยๆ เนิบๆ เหมือนคนไม่มีอะไรรีบร้อนในชีวิต ชมนกชมไม้สังเกตธรรมชาติรอบตัวอย่างคนทำงานไปเรื่อย ถ้าไม่มีเหตุด่วนเหตุร้ายอะไรก็เดินด้วยสปีดสาวน้อยเดินทุ่งนั่นล่ะ ...

            อนึ่ง สปีดนั้นสามารถเพิ่มได้ทันทีเมื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายหรืองานงอก

 

รักสงบ 

          อย่างที่เขียนไปในตอนต้นแล้วล่ะว่าไม่ชอบโต้เถียงอะไรกับใคร แม่อังเกลียดเสียงดัง เกลียดความอึกทึก เกลียดสถานที่ที่มีคนวุ่นวายมากๆ อยู่ยมโลกก็เลยตื๊อขอลุงพนมมาช่วยงานที่ป่าพิสุทธิ์แทน

            เกลียดคนที่มาทำลายความสงบมาก แรกๆอาจะเดินหนี แต่ถ้ายังตามติดมากเข้า ก็ อย่างที่อธิบายไปข้างต้นนะคะ...

 

เสพติดการวาดรูป 

            ชอบวาดรูปมาก ไปไหนมาไหนต้องมีอย่างน้อยสมุดเสก็ตกับดินสอสักแท่ง วันๆไม่ต้องต้องอะไรหรอก ขีดๆเขียนๆ มีเวลาวาดต้นไม้สักต้นนึงได้ก็พอใจแล้ว วันไหนได้วาดรูปมากก็จะอารมณ์ดี แต่วันไหนเจอเรื่องยุ่งจนหมดแรง ไม่มีเวลาวาดรูป ก็จะได้เห็นแม่อังอารมณ์บูดๆ มึนตึง ไม่ค่อยพูดอะไรกับใครยิ่งกว่าเดิม

            ถ้าวันหยุดมีเวลาได้ออกนอกป่า ก็จะชอบไปนั่งเสก็ตรูปตามขุมอื่นๆ หรือถ้าต้องตาใครก็จะขอให้เป็นแบบวาดรูปให้ดื้อๆเลย

 

แว่นตาคือสวิตช์ 

          ห้าข้อแรกสามารถลบออกไปได้ทันทีเมื่อแม่อังถอดแว่นตา

            แว่นตาไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่เป็นการสะกดหรือนู่นนี่นั่นหรอก แต่เป็นข้อตกลงที่แม่อังทำไว้กับพี่ชายสมัยยังมีชีวิตนู่นล่ะ เพราะถ้าใส่แว่นตาแล้วก็ต้องระวัง ทำอะไรรุนแรงมากเดี๋ยวแว่นจะตกจะหล่น หรือถูกกระแทกจนเสียรูปทรงไงล่ะ

            พอถอดแว่นแล้วก็เหมือนเข้าโหมดต่อสู้ คำพูดคำจาก็ดูจะห้าวขึ้นนิดหน่อยด้วยมั้ง พูดเสียงดัง บางทีก็อาจหลุดตะคอกตอนโมโห ต่อปากต่อคำเก่งนักล่ะ

            แม่อังจะถอดแว่นเวลาต่อสู้เท่านั้น

 

 

 

ลักษณะการพูดจา 

แทนตัวเองว่า เรา ถ้าสนิทด้วยก็จะเปลี่ยนเป็น ข้า

แทนคู่สนทนาว่า ท่าน หรือเรียกชื่อ ไม่ว่าจะอายุน้อยกว่า มากกว่า ตำแหน่งสูงกว่าหรือต่ำกว่า ยกเว้นแต่สนิทกัน และอายุเท่ากันหรือน้อยกว่าจะเรียกว่า เจ้า

 

 

ประวัติตอนยังมีชีวิต / สาเหตุการตาย 

            แม่อังเป็นลูกสาวของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ประจำการอยู่ในป่าทางภาคเหนือ มีพี่ชายที่อายุมากกว่า ๑๒ ปีอยู่คนหนึ่ง หลังจากแม่อังอายุได้ราวสามขวบ แม่ก็หย่ากับพ่อและแต่งงานใหม่ หลังจากแต่งงานได้สองปี ก็ได้ให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง ตอนนั้นแม่อังอายุได้หกขวบ

            ชีวิตตอนเด็กของแม่อังไปมาสลับกันระหว่างป่ากับเมือง ช่วงไหนที่ต้องไปโรงเรียนก็จะอยู่เมืองไปอยู่กับแม่และสามีใหม่ของแม่ที่รักแม่อังเหมือนลูกสาวอีกคนหนึ่ง ช่วงที่ปิดเทอมจึงกลับมาอยู่กับพ่อ ออกตรวจป่าไปด้วยกัน

            แม่อังเป็นคนติดพี่ชายมาก อาจเพราะแม่มีลูกกับสามีใหม่ทำให้ไม่มีเวลามาใส่ใจกับลูกสาวคนโตเท่าที่ควร บวกกับพี่ชายเป็นตชด. นานๆทีถึงจะได้กลับบ้าน ก็เลยยึดพี่ชายเป็นที่พึ่งแทน ตอนเด็กแม่อังเป็นคนใจร้อน พอถูกล้อเลียนหรือหาเรื่อง ก็ชกต่อยกับเขาไปทั่ว แต่ก็ได้พี่ชายคอยขัดเกลานิสัย ช่วยสอนจนเข้าที่เข้าทาง กลายเป็นคนใจเย็นจนกระทั่งตอนนี้

            พี่ชายของแม่อังปะทะกับผู้ร้ายที่ชายแดนเสียชีวิตตอนแม่อังกำลังจะจบชั้นมัธยมต้น เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้จากเด็กสาวที่ร่าเริงแจ่มใสพูดน้อยลงเรื่อยๆและมีอาการซึมเศร้า โชคดีทีได้ศิลปะเป็นทางระบายออกและรักษาสภาพจิตใจจนกลับมาเป็นปกติดังเดิม จากเหตุการณ์นั้นทำให้แม่อังได้พบความชอบและความถนัดของตัวเอง และตัดสินใจเอนทรานซ์เข้าเรียนทางศิลปะ

            ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งช่วงใกล้จะเปิดเทอมแรกของปีสอง แม่อังได้เดินทางคนเดียวเพื่อไปวาดภาพตามสถานที่ธรรมชาติระหว่างเส้นทางจากอุทยานป่าไม้ที่พ่อประจำการอยู่จนถึงมหาวิทยาลัย

            หลังจากวาดรูปเสร็จแล้วในวันหนึ่ง ขณะแม่อังเก็บของหนีเมฆฝนที่กำลังตั้งเค้า ลมแรงได้หอบรูปวาดปลิวไป ด้วยความห่วงและหวงงานที่ตั้งใจจะนำไปให้อาจารย์เป็นของขวัญวันเกิด ทำให้รีบวิ่งตามรูปจนลืมนึกไปว่าตนอยู่ใกล้รางรถไฟ ทันทีที่คว้างานได้ รถไฟที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงก็ทับร่างแม่อังจนแหลกละเอียด เหลือเพียงปลายแขนขวา ซึ่งกำกระดาษวาดภาพเปื้อนเลือด ที่โผล่พ้นรางรถไฟออกมาเท่านั้น

 

            หลังจากสิ้นใจแล้ว ด้วยความที่มีห่วงต่อคณะและวิชาที่เรียน ทำให้วิญญาณไปสิงสู่อยู่ที่ภาควิชาของตน และปรากฏร่างร่วมเรียนกับเพื่อน กว่าข่าวการตายจะมาถึง แม่อังก็ปรากฏตัวเป็นนักศึกษาเรียนกับเพื่อนอยู่นานนับเดือน และเนื่องจากการตายเป็นการตายโหงก่อนกำหนดและยังไม่มียมทูตมารับวิญญาณ แม่อังจึงวนเวียนเป็นนักศึกษาผีอยู่ในคณะ วันดีคืนดีก็จะมีงานจะนักศึกษารหัสที่แจ้งตายไปแล้วส่งอยู่บนโต๊ะอาจารย์ด้วย น้องรหัสได้ของเทคเป็นภาพวาดปริศนา หรือแม้กระทั่งใครทิ้งงานไว้ที่ห้องภาคโดยที่ยังทำไม่เสร็จ วันรุ่งขึ้นก็จะพบว่ามีมือดีมาช่วยลงสีหรือเก็บรายละเอียดให้จนเกือบเรียบร้อยดีอยู่ทุกครั้งไป

            ในช่วงแรก เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ทุกคนแตกตื่น แม้จะมีการนิมนต์พระมาทำบุญให้แล้ว แต่ด้วยความที่ห่วงของแม่อังยังแรง ทำให้ไม่สามารถไปไหนได้ นานวันเข้าเพื่อนในรุ่น และรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักแม่อังจึงเริ่มชินกับนักศึกษาผีไป และบางครั้งถึงขั้นซื้ออุปกรณ์วาดรูปมาทำบุญส่งไปให้ด้วยซ้ำ

            หลังจากเพื่อนๆและคนรู้จักจบการศึกษาไปแล้ว แม่อังก็ยังคงเป็นนักศึกษาผีเฝ้าคณะอยู่ไม่ห่าง นานปีเข้าจึงกลายเป็นตำนานคณะไปในที่สุด ถึงขนาดว่าในการรับน้องทุกปีจะต้องมีการมาไหว้ผีพี่ และทำบุญมาให้สม่ำเสมอ

 

            หลังจากแม่อังตายไปแล้วยี่สิบกว่าปี จึงมียมทูตมารับวิญญาณไปยมโลก จากความดีที่หมั่นทำมาตั้งแต่ยังมีชีวิต ทำให้ควรจะได้ไปสวรรค์ แต่แม่อังยังรู้สึกว่าตนเองมีห่วงอยู่บนโลกอยู่จึงได้ขอร้องลุงพนมให้รับตนไว้ช่วยดูแลป่าพิสุทธิ์อีกแรงหนึ่ง

 

 

 

 

 

สังกัด : ผู้ดูแลป่าพิสุทธิ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(ซ้ายไปขวา ชุดทางการ ชุดทำงาน และชุดทำงานปกติ)

(ปกติเวลาทำงานก็มีผ้าคลุมศีรษะตลอดนะคะ แต่รูปขวาเอาออกให้เห็นทรงผม เขา แล้วก็คอเสื้อชัดๆ)

(ในมือรูปกลางคือสามง่ามเทียบกับขนาดตัวค่ะ)

(ลงโคปิคเพี้ยน แต่แสกนแล้วเพี้ยนกว่า โฮรวววว oTL)

 

 

การแต่งกาย :  

ชุดทางการ : ชุดเดรสสีขาวลายทางสีน้ำเงินเข้ม ท่อนบนเป็นเชิ้ตแขนสั้น สาบเสื้อ ปกเสื้อ และชายแขนเสื้อเป็นสีน้ำเงินเข้ม ผูกโบว์สีฟ้าเข้มแทนเทคไทด์ ท่อนล่างเป็นกระโปรง ตัดเข้ารูปแบบเดินสะดวก ยาวคลุมเข่า สวมถุงน่องสีขาว รองเท้าคัทชูสีน้ำเงินเข้ม

ชุดทำงาน : ผ้าคลุมศีรษะสีน้ำเงินเข้ม เสื้อแขนสั้นสีขาวนวล ผ่าหน้า นุ่งโจงสีน้ำเงินเข้มยาวคลุมเข่า (แต่บางวันถ้าไม่ต้องเจอพี่กวางกับเดโชและต้องออกแกะรอยไล่ล่า ก็อาจจะนุ่งเตี่ยวแบบปิดหน้าปิดหลัง แม่อังว่าคล่องตัวดี ....) ไม่สวมรองเท้า แต่ใช้ปลอกแขนปลอกขาสีเคยขาวกันกิ่งไม้หรือหนามข่วนแทน คาดมีดเดินป่าและสะพายกระบอกธนู

 

 

 

 

 

อื่น ๆ  

- ทุกวันนี้ครอบครัวและเพื่อนๆ (ที่บางคนก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะ) รวมทั้งรุ่นน้องเข้าใหม่ก็ยังคงทำบุญมาให้อยู่ ยิ่งตอนทำบุญคณะ แม่อังจะได้กระดาษทีเป็นรีม อุปกรณ์วาดรูปเทมาเป็นตั้งเลย ...

- ชำนาญเรื่องการแกะรอยเป็นพิเศษ

- ประสาทการแยกแยะดีมาก โดยเฉพาะตากับหู ตาสามารถแยกแยะสีหรือความเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆได้อย่างแม่นยำ ส่วนหูก็สามารถแยกแยะประเภท ทิศทางเสียง รวมทั้งความใกล้ไกลได้อย่างแม่นยำ แต่ขอบเขตการได้ยินหรือการมองเห็นไม่ได้มากเกินกว่ามนุษย์สามัญเท่าไหร่นัก

- หวงแว่นที่ใส่อยู่มากๆ

- แต่เดิมเคยสายตาสั้น พี่ชายเป็นคนพาไปตัดแว่นสายตาอันแรก แล้วก็มีเรื่องจนโดนต่อยแว่นแตก ... อันที่สวมอยู่เป็นอันที่สอง พี่ชายพาไปตัดแว่นอีกครั้ง พร้อมกับขอไว้ว่าให้เป็นรุธที่เรียบร้อย คิดอะไรด้วยเหตุด้วยผล อย่าใช้กำลัง ก็เลยกว่าเป็นแว่นตาคือสวิตช์ด้วยประการละฉะนี้

- จริงๆแม่อังไม่ได้ชื่อเล่นชื่ออังนะ ชื่อรุธ แต่ก็ยอมให้พ่อกับพี่ชายเรียกได้แค่สองคน คนอื่นก็เลยได้เรียกว่าอังไป – จะล้อว่าอังศุมาลินก็ได้ (ฮา) สมัยเรียนมหาลัยโดนล้อบ่อย

- ตอนนี้ยังหาโกโบริไม่เจอ /โดนชก

 

- ไม่ค่อยชอบกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะพวกเนื้อแดง เจ้าตัวว่าย่อยยาก แต่ความจริงลึกๆยังแสยงเนื้อบดจากศพตัวเองอยู่

- กลัวของใหญ่ๆที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ถ้าตกใจมากจะหลุดกรี๊ดแล้วกระโจนเกาะคนใกล้ๆด้วยแบบลืมตัว

- หวงแขนขวาและมือขวามาก

- มีพลังจิตแบบอ่อนๆ สามารถควบคุมของเล็กๆและอยู่ในรัศมีไม่เกินสิบเมตรรอบตัวได้ พยายามฝึกฝนอยู่ แต่ไม่รู้จะอัพเกรดได้มากขนาดไหน

-  ลึกๆนับถือกฤติธีเหมือนพี่ชาย ส่วนเดโช แม่อังแอบกลัวอยู่หน่อยๆ ..

- เป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบันกับวีรวิชญ์ (ยมโลกสอง)

 

 

 

สามง่าม 

 

ชื่อ :  - (ไม่มีชื่อ)

 

รูปพรรณสัณฐานโดยรวม  

            เนื่องจากในตอนตาย ร่างกายของแม่อังได้แหลกละเอียดไปเกือบหมด การคงอยู่ของร่างกายจึงเป็นการรวมกันไว้ด้วยจิต เมื่อลงมายมโลกก็ขอให้ฝ่ายยุทโธปกรณ์รวมร่างตอนเองเข้ากับสามง่ามให้ ทำให้สามารถควบคุม ถอด และเปลี่ยนชิ้นส่วนของร่างกายให้กลายเป็นอาวุธได้ จำกัดการเปลี่ยนอยู่ที่อาวุธจำพวกของมีคม เช่น เปลี่ยนแขนให้กลายเป็นใบมีด หรือถอดนิ้วออกมาเป็นมีดซัด นอกจากนี้สามารถเปลี่ยนเป็นคันธนูได้ ลูกธนูที่ใช้ยิงทำเองจากไม้ในป่านี่ล่ะ ทำเองแล้วคล่องมือที่สุด หัวธนูกับหางเหยี่ยวก็ขอให้ฝ่ายยุทโธปกรณ์ช่วยทำให้ บางครั้งก็ให้ทำให้ทั้งหมดเลยก็มี ... (อารมณ์ว่าขี้เกียจ)

            ส่วนสามง่ามที่หน้าตาเป็นสามง่ามจริงๆนั้น เกิดจากการถอดแขนซ้ายออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นสามง่าม มีลักษณะเป็นคล้ายดาบ แตกกิ่งออกมาข้างละแฉกในตำแหน่งที่ไม่เท่ากัน แต่เนื่องจากปกติไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากดาบสามง่ามนี้ แม่อังก็เลยไม่ค่อยเรียกออกมา อีกอย่างคือไม่ชอบการถอดอวัยวะชิ้นใหญ่ๆออกมาทั้งชิ้นเท่าไหร่นัก ยังฝังใจจากตอนตายอยู่

            อาวุธทุกชิ้นเป็นโลหะสีเงิน

 

 

 

ความสามารถและคุณสมบัติ   

-          รยางค์และเส้นผมสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธได้หมด

-          ไม่มีความสามารถทางเวทใดๆ ใช้แรงกายและความเร็วเป็นที่ตั้ง

-          ในกรณีของชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างมีด เมื่อถูกปาออกไปแล้วสามารถใช้จิตควบคุมได้ในระยะสิบเมตร ไกลกว่านั้นก็จะเป็นแค่มีดธรรมดาที่ถูกปาออกไป กะดีๆก็เข้าเป้า กะไม่ดีก็ร่วงแปะ

-          นอกจากเส้นผมแล้ว ชิ้นส่วนที่ถอดออกไปต่อใหม่ได้หมด     

 

 

เงื่อนไขในการใช้ 

-          การควบคุมอาวุธทุกอย่างใช้พลังจิตทั้งสิ้น

-          การถอดชิ้นส่วนร่างกายออกมาเป็นอาวุธกินแรงกว่าการเปลี่ยนชิ้นส่วนเป็นอาวุธ ลิมิตการถอดต่อเนื่องนานที่สุดอยู่ที่หกชั่วโมง นานกว่านี้ต้องต่อกลับไปใหม่เพื่อพักปากแผล ฟื้นฟูสภาพจิตอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จึงจะถอดออกมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

-          การเปลี่ยนชิ้นส่วนเป็นอาวุธสามารถคงอยู่ได้ตราบเท่าที่ยังมีสติ

-          ไม่ว่าจะการเปลี่ยนชิ้นส่วนเป็นอาวุธ ถือถอดออกมาเป็นอาวุธ หากใช้ปะทะมาก จบงานแล้วก็ต้องพักผ่อนมากกว่าปกติเพื่อฟื้นฟูแรงกาย

 

 

อื่น ๆ  

-          ร่างกายส่วนที่เปลี่ยนเป็นอาวุธไปแล้วจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด รับรู้เพียงแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกดเหมือนถือมีดถือดาบทั่วไปเท่านั้น

-          เวลาถอดอวัยวะออกมาเป็นชิ้นส่วน ปากแผลที่ติดกับร่างกายจะมีควันสีฟ้าอมเทาฟุ้งๆลอยวนอยู่ตลอด ส่วนนั้นคือเยื่อจิตที่เชื่อมต่อกันระหว่างส่วนที่ยังอยู่กับส่วนที่ถูกถอด

-          หากหมดสติไปในสภาพที่ชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนถูกถอดออกมา จะกลายเป็นชิ้นส่วนร่างกายนั้นๆตกอยู่ด้วยเช่นกัน และจะมีควันสีฟ้าอมเทาฟุ้งอยู่ที่รอยตัด อย่างนั้นรบกวนคนที่อยู่แถวนั้นเอาชิ้นส่วนมาต่อใกล้ๆกันให้ด้วย... /ร่างกายจะเชื่อมให้เองค่ะ 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
การติดต่อ (คุณดิท)
 
EMS : OK (อาจช้าบ้างอะไรบ้าง ตามแต่สภาพงานค่ะ แต่พยายามเช็คทุกวันน๊า)
 
Twitter : @YL_Ruthira (อนัตกับวีรวิชญ์ใช้ร่วมด้วยไปก่อน รีโปรไฟล์สองคนนั้นแล้วจะสมัครแยกให้ค่ะ)
 
Skype : meiyo_manao 
แอดแล้วรบกวนบอกด้วยนะคะว่ามาจากยมโลก
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอความกรุณาด้วยนะคะ /โค้ง
 
 
==================================================
 
 
 
 
เสร็จไปหนึ่งแล้ว ย้าก ย้ากกกกกกก /ร้องห้าย
 
เหลืองานหลวงต้องเผาส่งอีกสองชิ้นค่า ฮือออ งานเดือดงานเดือน (แต่ก็ยังมีเวลามาอัพเนอะ ... /โดนครูเล็กครูเขมตบกบาล)
 
 
 
 
 
เอนทรี่หน้าเจอกัน หนุ่มลูกครึ่งจะมาแล้วววว
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีจ้า ศ.เอง ขออภัยที่มาดูช้านะเม่ย /พราก

ทั้งหมดที่ให้ข้อมูลมาไม่มีอะไรติดใจจ้ะ ละเอียดยิบ แน่นมาก ชอบ ให้ผ่านเลยจ้ะ /แต่ที่อ่านช้าเพราะมักจะมีลิมิตของตัวเอง o<-<
พี่ชอบแม่อังมากอ่ะ น่ารัก!  ไว้ไปเล่นด้วยน้า

#4 By T-Han on 2012-09-01 10:18

ผู้ตรวจส่วนสามง่ามนะครับ ส่วนตัวแล้วผมไม่ติดใจอะไรครับ

ค่อนข้างประทับใจในระดับนึงเลยเพราะข้อมูลแน่นดีมาก
ผมให้ผ่านครับ รอศ.ดูอีกทีนะครับ

#1 By I'm ProtozoA on 2012-08-31 22:48